• โปรแกรมบันทึกข้อมูล แบบสำรวจความพร้อมการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชนเพื่อเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากภายใต้แนวคิดประชารัฐ

  • ผลการขับเคลื่อนการดำเนินงานของสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ สาขา 7 (สุรินทร์)

    จังหวัดสุรินทร์มีกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง จำนวน 2,145 กองทุน (แยกเป็นกองทุนหมู่บ้าน 2,120 กองทุน ,กองทุนชุมชนเมือง 25 กองทุน) ปัจจุบันกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองจังหวัดสุรินทร์ ได้ดำเนินการมาครบ 14 ปี มีเงินทุนหมุนเวียนรวมทั้งสิ้น เป็นเงิน 7,671,165,305บาท (-เจ็ดพันหกร้อยเจ็ดสิบเอ็ดล้านหนึ่งแสนหกหมื่นห้าพันสามร้อยห้าบาท-) แยกเป็น 4 บัญชี ดังนี้
    บัญชี 1 (1 ล้านบาท) ประกอบไปด้วย 2 ส่วน
    ส่วนที่ 1 เงินจัดสรรจากรัฐบาล ได้แก่
    1. เงิน 1 ล้าน (บาท) จำนวน 2,145 กองทุน เป็นเงิน 2,145,000,000 บาท
    2. เงินเพิ่มทุนระยะที่ 1 (1แสนบาท) 659 เป็นเงิน 65,900,000 บาท
    3. เงินเพิ่มทุนระยะที่ 2 จำนวน 2,125 กองทุน เป็นเงิน 469,200,000 บาท
    4. เงินเพิ่มทุนระยะที่ 3 (26 มค.59) จำนวน 2,107 กองทุน เป็นเงิน 2,107,000,000 บาท
    ส่วนที่ 2 เงินสมทบกองทุน และเงินประกันความเสี่ยง เป็นเงินทั้งสิ้น 193,713,166 บาท
    บัญชี 2 (หุ้น/สัจจะ/เงินออม) เป็นเงิน 382,774,788 บาท
    บัญชี 3 เงินเพิ่มทุนจากสถาบันการเงิน เงินเพิ่มทุนปกติ จากสถาบันการเงิน เป็นเงิน 671,365,298 บาท เงินเพิ่มทุน ตามมาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ของประชาชนผู้มีรายได้น้อย จำนวน 1,1614 กองทุน เป็นเงิน 1,610,934,800 บาท(ข้อมูล 1ม.ค59)
    บัญชี 4/ เงินอุดหนุน/บัญชีอื่นๆ สถาบันการเงินชุมชน เป็นเงิน 25,277,253 บาท

    การขับเคลื่อนการดำเนินการดังนี้
    1. การจดทะเบียนกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองเป็นนิติบุคคล
    ดำเนินการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตาม พระราชบัญญัติกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ พ.ศ. 2547 แล้วจำนวน 2,131 กองทุน คิดเป็นร้อยละ 99.40 คงเหลือ 13 กองทุน (ชุมชนเมือง) ปี 2555 จัดตั้งและจดทะเบียน และได้รับเงินโอน 1 ล้านบาท เมื่อปี 2558 จำนวน 1 กองทุน รวมจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลแล้ว 2,132 กองทุน
    2. การจัดระดับ A B C D จาก สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ปี 2555 จังหวัดสุรินทร์ มีกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองได้รับจัดระดับการประเมินศักยภาพและประสิทธิภาพการดำเนินงานของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองจังหวัดสุรินทร์ จำนวน 2,144 กองทุน ดังนี้
    ระดับดีมาก (A) จำนวน 1,186 กองทุน ระดับดี (B) จำนวน 697 กองทุน ระดับ (C) จำนวน 222 กองทุน ระดับปรับปรุง(D) จำนวน 39 กองทุน
    3. การดำเนินการ ตามโครงการเพิ่มทุนกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ระยะที่ 3 จำนวน 1,000,000 บาท (ตั้งแต่ปี 2555- ปัจจุบัน )
    3.1 จังหวัดสุรินทร์ มีกองทุนหมู่บ้านที่ยื่นแบบคำขอและผ่านการพิจารณาให้ความเห็นชอบจากคณะอนุกรรมการสนับสนุนและติดตามการดำเนินงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ระดับจังหวัด จำนวน 2,117 กองทุน คิดเป็นร้อยละ 99.36 คงเหลือ 14 กองทุน ยังไม่ยื่นเพิ่มทุนฯ ระยะที่ 3 ที่อยู่ระหว่างการจัดทำเอกสาร
    3.2 ผ่านการอนุมัติ จาก สทบ. ได้รับเงินโอนเพิ่มทุน ระยะที่ 3 (1,000,000 บาท ) จำนวน 2,107 กองทุน คงเหลือ จำนวน 10 กองทุน อยู่ระหว่าง สทบ. โอนเงิน
    4. ตามที่รัฐบาลได้มี มาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ของประชาชนผู้มีรายได้น้อย สำหรับกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ที่ได้รับการจัดระดับ A และ B สามารถกู้ยืมเงินไปพัฒนาอาชีพ สร้างงาน ปัจจุบัน มีกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ได้กู้ยืมตามโครงการนี้ เงินเพิ่มทุน ตามมาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ของประชาชนผู้มีรายได้น้อย จำนวน 1,1614 กองทุน เป็นเงิน 1,610,934,800 บาท คิดเป็นร้อยละ 86 แยกเป็น ธนาคารออมสิน จำนวน 681 กองทุน เป็นเงิน 679,210,000 บาท และ ธกส. จำนวน 933 กองทุน เป็นเงิน 931,724,800 บาท
    *พัฒนายกระดับเป็นสถาบันการเงินชุมชนแล้วจำนวน 29 แห่ง
    จัดตั้งเป็นสถาบันการเงินชุมชนต้นแบบตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จำนวน 17 กองทุน จัดตั้งเป็นสถาบันการเงินชุมชน (นำำร่อง) จำนวน 5 กองทุน ,
    จัดตั้งเป็นสถาบันการเงินชุมชนโดยหน่วยงานภาคี 5 แห่ง /องค์กรเอกชนสนับสนุน จำนวน 4 แห่ง /พัฒนายกระดับด้วยตัวเอง 2 แห่ง

    *เตรียมจัดตั้งเป็นสถาบันการเรียนรู้กองทุนหมู่บ้าน จำนวน 1 แห่ง (สถาบันการเงินชุมชนแนงมุด ตำบลแนงมุด อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์)

    *โครงการพัฒนาศักยภาพหมู่บ้านและชุมชน SML ปี 2555 เป้าหมาย 2,152 หมู่บ้าน/ชุมชน ได้รับการโอนเงินแล้ว 17 รอบ จำนวน 2,134 หมู่บ้าน คิดเป็นร้อยละ 99

    * โครงการพัฒนาเมือง "ร้อยมือ สร้างเมือง" อยู่ระหว่างการพิจารณาโครงการ 6 โครงการในระดับส่วนกลาง

    (ข้อมูล ณ วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2559) By:Somluck

  • หมวดหมู่

  • คลังเก็บ

  • ภารกิจ แผนงาน กิจกรรม

    มกราคม 2017
    พฤ อา
    « ธ.ค.    
     1
    2345678
    9101112131415
    16171819202122
    23242526272829
    3031  

ปฏิบัติการขับเคลื่อนกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ตามนโยบายประชารัฐวงเงิน 35,000 ล้านบาท วันที่ 19 กุมภาพันธ์นี้


รัฐบาลเริ่มปฏิบัติการขับเคลื่อนกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ตามนโยบายประชารัฐวงเงิน 35,000 ล้านบาท วันที่ 19 กุมภาพันธ์นี้ ย้ำทุกโครงการต้องเป็นประโยชน์ โปร่งใส ตรวจสอบได้นายกฯ เตรียมกดปุ่มจ่ายเงินกองทุนหมู่บ้าน 19 ก.พ.นี้

  • ทำเนียบรัฐบาล 12 ก.พ. – กองทุนหมู่บ้านพร้อมดำเนินการ 19 ก.พ.นี้ คาดจ่ายเงินหมดภายใน 6 เดือน ย้ำทุกโครงการต้องผ่านหลักเกณฑ์สร้างรายได้และความยั่งยืนให้ชุมชน พร้อมมีกลไกประเมินผลและตรวจสอบให้โปร่งใส

    นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ว่า ได้มีการพิจารณาหลักเกณฑ์การอนุมัติงบประมาณให้กับกองทุนตามโครงการประชารัฐ วงเงิน 35,000 ล้านบาท โดยสาระสำคัญของระเบียบ คือ โครงการที่เสนอเข้ามาต้องผ่านการทำประชาคมและได้รับความเห็นชอบจากสมาชิก ขณะที่กองทุนหมู่บ้านจะตั้งคณะอนุกรรมการ 1 ชุด ประกอบด้วย ภาคราชการ ภาคประชาชนและประชาสังคมในพื้นที่ รวมถึงเอกชน เช่น ธนาคารต่าง ๆ เพื่อทำหน้าที่พิจารณาอนุมัติโครงการ

    นอกจากนี้ กองทุนที่ได้รับการอนุมัติจะมีการโอนเงินผ่านธนาคาร ซึ่งกองทุนต้องเปิดบัญชีใหม่ ชื่อว่า “บัญชีประชารัฐ” เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการที่ดีและรองรับโครงการใหม่ ๆ ในอนาคต รวมถึงต้องมีการสอบทานความถูกต้องของโครงการและไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนกับโครงการอื่น รวมถึงต้องเป็นโครงการเพื่อส่วนรวมและเห็นผลสัมฤทธิ์มีความยั่งยืน

    ทั้งนี้ เพื่อให้โครงการทั้งหมดเป็นไปอย่างโปร่งใสปราศจากการทุจริต หากมีกรณีพบการทุจริตหรือไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ก็จะระงับโครงการและเรียกเงินคืน ขณะที่การติดตามประเมินผลจะมีการตั้งเครือข่ายอาสาประชารัฐจากสมาชิกของกองทุน ส่วนวันที่ 19 กุมภาพันธ์นี้จะมีการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อทำความเข้าใจกับทุกภาคส่วนเกี่ยวกับการดำเนินงานในภาพรวม โดยมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานการเปิดปฏิบัติการ ซึ่งจะเป็นการเริ่มขับเคลื่อนโครงการจ่ายเงิน 35,000 ล้านบาทลงไปสู่ชุมชน โดยจะเร่งจ่ายงบประมาณทั้งหมดให้เสร็จภายใน 6 เดือน หลัง ครม. มีมติอนุมัติโครงการเมื่อ วันที่ 26 มกราคม 2559

    อย่างไรก็ตาม เชื่อว่ามีบางหมู่บ้านที่ไม่ผ่านเกณฑ์การขอรับงบประมาณ แต่ทางกองทุนจะเข้าไปช่วยเหลือ ขณะเดียวกันมีหมู่บ้านที่ยังไม่สามารถได้รับการเพิ่มทุนรวมวงเงินประมาณ 15,000 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการฟื้นฟูและคาดว่าจะเสร็จเดือนมีนาคมนี้ ทำให้ทราบว่ามีกองทุนใดที่ต้องใช้มาตรการเข้มข้น นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของการทบทวนกองทุนซึ่งอยู่ในระดับ C และ D ที่ประเมินว่าสามารถปรับไปสู่ระดับ A และ B ได้ เพื่อให้เข้าหลักเกณฑ์ในการรับงบประมาณสนับสนุน ส่วนโครงการตลาดประชารัฐขณะนี้เริ่มดำเนินการโครงการหลายพื้นที่แล้ว ซึ่งต้องเข้าไปดูรายละเอียดของการบริหารจัดการ ขณะที่ภาคเอกชนยืนยันที่จะเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น .-สำนักข่าวไทย

    ที่มา http://www.tnamcot.com/content/401972

รายการรอบรั้วปทายสมันต์ “ตอน ประชารัฐกองทุนหมู่บ้าน35,000ล้าน”


สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด กลุ่มงานยุทธศาตร์การพัฒนาชุมชน งานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง โดยพนักงาน สทบ.ร่วมสัมภาษณ์สดออกรายการ ในกิจกรรม ทีวี พช. รายการ รอบร้้วปทายสมันต์ตอน”กองทุนหมู่บ้าน กับการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชน เพื่อเสริมสร้างเศรษฐกิจ ฐานรากภายใต้แนวคิดประชารัฐ” 

  • พร้อมด้วย ตัวอย่างกองทุนหมู่บ้านที่เสนอโครงการ ตลาดกองทุนชุมชนบ้านโนง  โดยคณะกรรมการมาให้สัมภาษณ์แนวทาง กระบวนการ กิจกรรมซึ่งเป็นตัวอย่างหนึ่งที่ตอบโจทย์ ปัญหาและความต้องการของชุมชน เอง
  • โดยโครงการนี้ มีวัตถุประสงค์ เป็นตลาดรับซื้อผลผลิตด้านการเกษตร ของชุมชน -ฝึกอบรมอาชีพให้แก่คนในชุมชน /กลุ่มอาชีพ -เพื่อให้เกิดทุนหมุนเวียน แลกเปลี่ยน ผลผลิต การเกษตรของชุมชน /กลุ่มอาชีพ-เพื่อใช้ในการปลูกฝังให้เกษตรกรได้มีงานทำตลอดทุกฤดูกาล-เพื่อเพิ่มรายได้ ลดรายจ่ายในครัวเรือนของชุมชน
  • ผลที่คาดว่าจะได้รับ  ประชาชน ปรับเปลี่ยนวิธีคิด  วิธีการปฏิบัติ ปรับเปลี่ยนมุมมองของคนในชุมชน  ประชาชนเกิดรายได้ทุกฤดูกาล

เน้นย้ำว่า โครงการต้องตอบโจทย์ของประชาชน ในพื้นที่ชุมชนของตนเองให้ได้ ถึงจะเป็นกองทุนหมู่บ้านเป็นผู้ดำเนินการ แต่คนในชุมชนต้องได้รับประโยชน์ จากโครงการนี้ด้วยเช่นกัน “และเพัื่อให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล โดยต้องการให้กองทุนหมู่บ้านเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ต้องการให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ เร่งด่วน โครงการที่ทำ ควรมองเห็นรายได้ ที่จะเข้ามาในกองทุนหมุู่ เกิดการ สร้างงาน สร้างอาชีพ มีรายได้ และมีกำไร  เกิดสวัสดิการ ต่อยอด ให้คนในชุมชน ได้ประโยชน์ ร่วมกัน

  • ซึ่งนายกฯ สั่งการว่า ที่ผ่านมารัฐบาลได้ดำเนินโครงการช่วยเหลือเกษตรกรอยู่เป็นระยะ ดังนั้น โครงการประชารัฐครั้งนี้ จะต้องไม่ซ้ำซ้อน กับโครงการที่เคยเสนอมาแล้ว ต้องเป็นโครงการที่แต่ละชุมชนเสนอขึ้นมาเองจริงๆ โดย สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) จะต้องพิจารณาด้วยว่า ชุมชนนั้นๆ มีศักยภาพเพียงพอที่จะดำเนินโครงการนั้นได้จริงหรือไม่
  • และท่านรัฐมนตรีสุวพันธ์ ฯได้มอบนโยบาย แก่พนักงาน สทบ. เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2559 เน้นย้ำ
  • 1.โครงการเป็นส่วนรวมไม่ใช่ของกรรมการคนใดคนหนึ่ง
  • 2.เป็นโครงการที่มีประโยชน์ ระยะยาว
  • 3.ไม่ซ้ำกับโครงการตำบลละ 5 ล้าน
  • 4.เหมาะสมกับพื้นที่ (สภาพความเป็นอยู่ของชุมชน/ การดำรงชีวิต/สิ่งขาดแคลน/ความเดือดร้อนในพื้นที่
  • 5.เป็นความต้องการของชุมชน
  • 6.ต้องไม่มีทุจริต คอรัปชั่น
  • ซึ่ง ผอ.นทีฯ ได้ ย้ำในประเด็นเดิม คือ ต้อง เป็นโครงการที่มองเห็นรายได้ เป็นทุนหมุนเวียนต่อยอดกองทุนไปเรื่อยๆ และ ตอบโจทย์ สภาพปัญหา ความต้องการ ของคนในชุมชนเป็นหลัก

คู่มือในการบันทึกแบบสำรวจ(ประชารัฐกองทุนหมู่บ้าน500,000)


สำหรับเจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล  โดยต้องมีรหัสเข้าเพื่อบันทึกข้อมุูล ติดต่อขอได้ที่ สทบ.จังหวัด

คู่มือการบันทึก แบบสำรวจความพร้อมการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชนเพื่อเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากภายใต้แนวคิดประชารัฐ

ประชารัฐ กองทุนหมู่บ้าน ทำโครงการเลี้ยงโค-กระบือได้หรือไม่


 จนท. สทบ. สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ  รับนโยบาย รัฐมนตรีสุวพันธ์ฯ (30 มกราคม 2559) โครงการประชารัฐกองทุนหมู่บ้าน (35,000ล้าน) โดยมีหลักสำคัญ  ดังนี้

  • โครงการเป็นส่วนรวมไม่ใช่ของกรรมการคนใดคนหนึ่ง
  • เป็นโครงการที่มีประโยชน์ ระยะยาว
  • ไม่ซ้ำกับโครงการตำบลละ 5 ล้าน
  • เหมาะสมกับพื้นที่ (สภาพความเป็นอยู่ของชุมชน/ การดำรงชีวิต/สิ่งขาดแคลน/ความเดือดร้อนในพื้นที่
  • เป็นความต้องการของชุมชน
  • ต้องไม่มีทุจริต คอรัปชั่น

จนท. สทบ. ได้รับคำถาม และ ตรวจสอบแบบสำรวจพบว่ามีหลายๆ กองทุน เสนอ โครงการเลี้ยง โค -กระบือ เอาลูก เพียงอย่างเดียว ถามว่า ตอบโจทย์ ปัญหาในชุมชนท่านได้ไหม 

  • ท่านมี กลุ่ม ธนาคาร โค-กระบือ อยู่แล้ว หรือไม่
  • สภาพพื้นที่ในชุมชน มีทุ่งหญ้า มากมาย ทำเกษตรกรรมเป็นส่วนใหญ่
  • มีการใช้มูลสัตว์ ทำปุ๋ยหมัก/ปุ๋ยอินทรีย์ ขายให้ คนในชุมชน  /มีการรับซื้อมูลสัตว์ทำปุ๋ย จากชุมชน
  • มีการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ มาใส่แปลง ปลูกผัก (ผักอินทรีย์ /ผักปลอดสาร) ฯ ขายผักให้คนในชุมชน
  • คนในชุมชน มีส่วนร่วม และได้ประโยชน์ อย่างไร จากการเลี้ยง โค -กระบือ (ไม่ใช่ซื้อ โค-กระบือ เอาไปแจกกััน) แต่ เงินนี้ ต้องเป็นทุน ต่อยอดไปเรื่อย พร้อมทั้งเกิดกำไร
  • โครงการต้องมีกำไร
  • เงินนี้ ไม่ได้ให้คนหนึ่ง คนใด เอาไป หรือกรรมการคนหนึ่งคนใด แต่ต้องตอบโจทย์ให้ได้ว่า คนในชุมชน ได้ประโยชน์  ไม่ใช่ได้เพียงแค่ คณะกรรมการกองทุน หรือสมาชิกกองทุน เท่านั้น ต้อง ได้ประโยชน์ทั้งชุมชน
  • ขยายกรอบการรับสมาชิกกองทุนหมู่บ้าน ให้ สามารถเข้ามาเป็นสมาชิกได้ตลอด
  • บัญชีประชารัฐ จะมีการประเมิน จาก สทบ. รวม 5 หน่วยงาน ภาคี โ่ดยดู จาก ยอดเงิน ที่เข้ามาในบัญชี เงินทุนหมุนเวียนตลอดหรือไม่ ดังนี้น บัญชี ประชารัฐ กองทุนหมู่บ้าน ต้องมีการเปลี่ยนแปลง เงินเข้าออกตลอด คล้าย ระบบ ของ บัญชี 1 ของกองทุนหมู่บ้าน

ตัวอย่างเช่น โครงการปุ๋ยอินทรีย์ (หมักจากมูล โค-กระบือ ) และตลาดผักปลอดสาร ประชารัฐกองทุนหมู่บ้าน xxxxxx  โดยมีการสมทบเงินจากคนในชุมชน เข้ามา ผนวกกับโครงการนี้

  • ซื้อโค-กระบือ 15 ตัว  250,000 บาท  (กองกลาง ไม่ใช่ของคนหนึ่งคนใด ) (ผลที่ได้ จากการเลี้ยงโค-กระบือ ได้ มูลสัตว์ ได้ลูกโค  โคตัวแม่ก็ยังอยู่ )
  • โรงหมักปุ๋ยอย่างง่าย  พร้อม อุปกรณ์ วัตถุดิบเกี่ยวข้อง 100,000
  • รับซื้อมูลสัตว์ ในชุมชนเพื่อทำปุ๋ยหมัก ไว้ขายในชุมชน 20,000
  • เมล็ดพันธ์ผัก เพื่อปลูกในแปลงผัก อินทรีย์ ปลอดสาร ในชุมชน  20,000
  • ทำร้านค้า/ลานขายสินค้าผลผลิต (อย่างง่าย) (ปุ๋ย , ผัก, อื่นๆ ในชุมชน )  50,000
  • ซื้อเครื่องอัดฟาง..150,000..บาท (รับอัดฟางในชุมชน และอื่นๆ )
  • ประโยชน์ที่ได้ คนในชุมชน ซื้อผัก ราคาถูก ปุ๋ยราคาถูก เงินทุน หมุนเวียน และมีกำไร เข้าบัญชี ประชารัฐ
  • มีกำไรเกิดขึ้น มีการจัดสรรผลกำไร แบบ บัญชี 1 ของกองทุน  เช่น ค่าดำเนินการ 20%  /สมทบกองทุน50% /ปันผล 20%กรณี มีการลงหุ้น เพิ่ม) สวัสดิการให้สมาชิก 10%เป็นต้น

ปล. หากท่าน คิดเพียงแค่ เลี้ยง โค-กระบือ แล้ว เอาลูก   สามารถตอบโจทย์ รายได้ที่จะเข้ามาในชุมชนได้  ่ท่าน ก็ เขียน แบบสำรวจเข้ามาได้เลย

by somluck

ครม.ลุยโครงการประชารัฐ (กองทุนหมู่บ้าน) 3.5 หมื่นล้าน


พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่มาภาพ : www.thaigov.go.th

พล.ต. สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมเห็นชอบโครงการเพิ่มความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางประชารัฐ และอนุมัติงบประมาณในการดำเนินการ วงเงิน 35,000 ล้านบาท โดยให้สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) เป็นผู้ดำเนินการสนับสนุนเงินให้แก่กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ จำนวน 79,556 กองทุน ในวงเงินกองทุนละไม่เกิน 500,000 บาท เพื่อใช้ในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานในชุมชน เช่น ยุ้งฉางชุมชน โรงตากพืชผลการเกษตร โรงผลิตปุ๋ย ฯลฯ เป็นต้น โดย สทบ. จะต้องดำเนินการเบิกจ่ายงบประมาณให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 6 เดือน นับแต่วันที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณจากสำนักงบประมาณ (สงป.) โดยที่มาของแหล่งเงินจะใช้งบกลางของปีงบประมาณ 2559

“นายกฯ ได้สั่งการว่า ที่ผ่านมารัฐบาลได้ดำเนินโครงการช่วยเหลือเกษตรกรอยู่เป็นระยะ ดังนั้น โครงการประชารัฐครั้งนี้จะต้องไม่ซ้ำซ้อนกับโครงการที่เคยเสนอมาแล้ว และต้องเป็นโครงการที่แต่ละชุมชนเสนอขึ้นมาเองจริงๆ โดย สทบ. จะต้องพิจารณาด้วยว่าชุมชนนั้นๆ มีศักยภาพเพียงพอที่จะดำเนินโครงการนั้นได้จริงหรือไม่” พล.ต. สรรเสริญ กล่าว

ครม.อัด3.5หมื่นล้านดัน”ประชารัฐ” ไฟเขียวเท 3.5 หมื่นล้านบาท ลงกองทุนหมู่บ้านขับเคลื่อนประชารัฐ เสริมความเข้มแข็งชุมชน นายกฯ ห่วงขอให้โครงการอย่าซ้ำซ้อนกับโครงการก่อนๆที่อนุมัติแล้ว วันอังคารที่ 26 มกราคม 2559 เวลา 16:43 น. หมวด: เศรษฐกิจ คำสำคัญ: ครม. ประชารัฐ ลงทุน กองทุนหมู่บ้าน เศรษฐกิจ รัฐบาล พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม.เห็นชอบโครงการเพิ่มความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางประชารัฐ ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยรัฐบาลสนับสนุนเงินทุนให้แก่กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง 79,556 กองทุน ผ่านสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) กองทุนละไม่เกิน 500,000 บาท วงเงิน 35,000 ล้านบาท เพื่อใช้ลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานในชุมชน เช่น ยุ้งฉางชุมชน โรงตากพืชผลทางการเกษตร โรงสีชุมชน โรงงานผลิตปุ๋ยประจำชุมชน การจัดทำแหล่งเก็บน้ำชุมชน และเครื่องจักรสำหรับแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร หรือนำไปดำเนินกิจกรรมอื่น ๆ ที่ชุมชนเห็นว่า เป็นประโยชน์ในการส่งเสริมศักยภาพการประกอบอาชีพและความเป็นอยู่ในชุมชนให้ดีขึ้น ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ได้แสดงความเป็นห่วงว่า ที่ผ่านมารัฐบาลได้มีมาตรการเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือผู้ที่มีรายได้น้อยลงไป ยังชุมชนไปแล้วหลายโครงการ เช่น มาตรการสร้างความเข้มแข็งส่งเสริมให้เกิดความยั่งยืนสร้างงานสร้างรายได้ โครงการจัดหาเครื่องจักรกลทางการเกษตรเพื่อช่วยเหลือให้กลุ่มสหกรณ์ และการจัดสรรเงินลงไปตำบลละ 5 ล้านบาท ดังนั้นโครงการที่ออกมาล่าสุดนี้ ต้องไม่มีความซ้ำซ้อนกับโครงการเดิม และต้องเป็นโครงการที่ประชาชนเสนอมาเอง พร้อมกับพิจารณาศักยภาพของชุมชนว่า รองรับโครงการดังกล่าวได้จริงหรือไม่ เพื่อให้การใช้งบประมาณเกิดประโยชน์สูงสุด นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า โครงการนี้เป็นการต่อยอดการดำเนินงานของกองทุนหมู่บ้าน แต่ไม่ใช่การช่วยเหลือแบบให้เงินเป็นรายบุคคล เพราะครั้งนี้จะให้แต่ละกองทุนร่วมกันคิดโครงการที่ช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานราก โดยที่ไม่ใช่งบกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่เป็นงบที่ช่วยสร้างความเข้มแข็งของท้องถิ่น โดยมีงานหลักๆที่ต้องทำ คือ การเข้าไปสร้างความเข้มแข็งด้านการผลิต และเพิ่มมูลค่าของผลผลิตที่มีอยู่ในชุมชน ช่วยแก้ปัญหาในอดีตที่เกษตรกรมักถูกพ่อค้าคนกลางเอาเปรียบ ส่วนอีกเรื่องถือเป็นการนำเงินไปเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน ทั้งเรื่องของการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว สร้างแหล่งน้ำ และการดูแลคนชรา “โครงการนี้เริ่มมา 2 เดือนแล้ว โดยได้ประชุมตัวแทนกองทุนให้ไปจัดทำโครงการมาเสนอ ล่าสุดเสนอมาแล้ว 10,000 โครงการ ทางสทบ.จะกลั่นกรองอีกครั้ง โดยวงเงินนี้ไม่ใช่ทุกหมู่บ้านจะได้ครบทั้ง 500,000 บาท แต่ต้องดูว่า โครงการที่เสนอมาเหมาะสมกับหมู่บ้านนั้นๆ หรือไม่ เป็นโครงการที่ดี หรือซ้ำซ้อนไหม ซึ่งการทำเรื่องนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นให้หมู่บ้านบริหารจัดการกันเอง และต้องต่อยอดไปอีก โดยจะเอาภาคเอกชนจาก 12 กลุ่มประชารัฐเข้าไปต่อยอด แล้วจากนั้นยังมีอีกระลอกตามมา คือธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือธ.ก.ส. จะเข้ามาผลักดัน 1 ตำบล 1อเอสเอ็มอี ให้เกิดขึ้น” นายสมศักดิ์ โชติรัตนะศิริ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ กล่าวว่า งบประมาณของโครงการดังกล่าว จะใช้งบประมาณเดิมของโครงการเพิ่มทุนกองทุนหมู่บ้าน 1 ล้านบาท ในระยะที่ 3 ที่ยังมีวงเงินเหลืออยู่ 15,000 ล้านบาท ดำเนินการไปก่อน ส่วนที่เหลือก็ให้สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) เสนอของบกลางมาเพิ่มเติม ส่วนการเบิกจ่ายงบประมาณก็ให้เบิกจ่ายภายใน 6 เดือน นับตั้งแต่วันที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ“
อ่านต่อที่ : http://www.dailynews.co.th/economic/375687

มติ ครม. เห็นชอบ โครงการประชารัฐ กทบ. ไม่เกินกองทุนละ500,000บ.


กระทรวงการคลัง ระบุว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 26 มกราคม 2559 มีมติเห็นชอบโครงการเพิ่มความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางประชารัฐที่กระทรวงการคลังเสนอ เพื่อเพิ่มปริมาณการลงทุนในระดับชุมชนผ่านกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง โครงการดังกล่าวมีกลุ่มเป้าหมายที่รัฐบาลสนับสนุนเงินทุนให้แก่กองทุนหมู่บ้าน และชุมชนเมืองจำนวน 79,556 กองทุน ผ่านสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ(สทบ.) กองทุนละไม่เกิน 500,000 บาท ภายใต้วงเงินรวม 35,000 ล้านบาท เพื่อนำไปใช้ในการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานในชุมชน เช่น ยุ้งฉางชุมชน โรงตากพืชผลทางการเกษตร โรงสีชุมชน โรงงานผลิตปุ๋ยประจำชุมชน การจัดทำแหล่งเก็บน้ำชุมชน และเครื่องจักรสำหรับแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร เป็นต้น และ 2) เพื่อดำเนินกิจกรรมอื่นๆ ที่ชุมชนเห็นว่าเป็นประโยชน์ในการส่งเสริมศักยภาพในการประกอบอาชีพและความเป็นอยู่ในชุมชนให้ดีขึ้น โดยการดำเนินการของกองทุนหมู่บ้านฯ ตามโครงการนี้ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติกำหนด โดยกำหนดกรอบระยะเวลาดำเนินการโดยเร่งด่วนให้มีการเบิกจ่ายภายในระยะเวลา 6 เดือน นับตั้งแต่วันที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ
ทั้งนี้ผลจากการดำเนินโครงการดังกล่าวจะส่งผลให้กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองมีการลงทุนจำนวน 35,000 ล้านบาท ภายในระยะเวลา 6 เดือน ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจให้เกิดขึ้นในระดับฐานรากและชุมชน ซึ่งจะเป็นรากฐานที่สำคัญต่อการขับเคลื่อนและพัฒนาเศรษฐกิจไทยต่อไป

IMG_20160127_130248

เก็บมาฝาก;สรุปการมอบนโยบายของ ผอ.สทบ. (รศ.นที ขลิบทอง) โครงการประชารัฐกองทุนหมู่บ้าน(13/1/59)


สรุปการมอบนโยบายของ ผอ.สทบ. (รศ.นที ขลิบทอง) 15.00น. – 16.30 น.(13/1/59)

1. รัฐบาลให้ กทบ. เป็นกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากแนวนอน (โครงการแบบสำรวจประชารัฐฯ)

2.กรอบโครงการ (พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สนับสนุนการสร้างอาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้ แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน และเพิ่มศักยภาพของหมู่บ้าน ชุมชน)

3.ลักษณะโครงการ จะต้องเป็นโครงการที่ดำเนินการแล้วสามารถก่อให้เกิดรายได้เกิดทุนหมุนเวียน ที่ยั่งยืน เป็นทุนต่อยอดของ กทบ. (เรียกว่าเงินประชารัฐ (กำไร))

4.ผู้ดำเนินการ ต้องเป็นคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง (เท่านั้น)

5.โครงการที่อาจเข้าข่ายได้รับการพิจารณา ต้องเป็นโครงการที่เห็นชัด และสามารถตอบคำถามเกี่ยวกับรายได้ที่จะเข้ามายัง กทบ. ได้

6.กทบ. สามารถทำแบบรายกองทุน หรือหลายกองทุน หรือรวมทั้งตำบล ก็ได้ แต่ต้องสามารถตอบเรื่องรายได้ที่จะเข้ามายังกองทุนประชารัฐของแต่ละกองทุนได้

7.ผู้เสนอโครงการ ต้องเป็นสมาชิก กทบ. เท่านั้น

8.การส่งแบบประชารัฐ รอบแรก ระหว่าง18-20ม.ค.59 และที่เหลือจัดเก็บตามมา

9.วงเงิน500,000-1,000,000 ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของโครงการ

10.ระยะเวลาดำเนินการ รัฐบาลจะดำเนินการภายใน ก.พ.-มี.ค.59 หากกองทุนใดได้รับการพิจารณาแล้ว กทบ.จะต้องกลับไปดำเนินการรายละเอียดประกอบ เช่น ประชาคม ผู้รับผิดชอบ ผู้มีอำนาจเบิกเงิน การเปิดบัญชี

ที่มา:Villagefund 2 News

%d bloggers like this: