• โปรแกรมบันทึกข้อมูล แบบสำรวจความพร้อมการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชนเพื่อเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากภายใต้แนวคิดประชารัฐ

  • ผลการขับเคลื่อนการดำเนินงานของสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ สาขา 7 (สุรินทร์)

    จังหวัดสุรินทร์มีกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง จำนวน 2,145 กองทุน (แยกเป็นกองทุนหมู่บ้าน 2,120 กองทุน ,กองทุนชุมชนเมือง 25 กองทุน) ปัจจุบันกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองจังหวัดสุรินทร์ ได้ดำเนินการมาครบ 14 ปี มีเงินทุนหมุนเวียนรวมทั้งสิ้น เป็นเงิน 7,671,165,305บาท (-เจ็ดพันหกร้อยเจ็ดสิบเอ็ดล้านหนึ่งแสนหกหมื่นห้าพันสามร้อยห้าบาท-) แยกเป็น 4 บัญชี ดังนี้
    บัญชี 1 (1 ล้านบาท) ประกอบไปด้วย 2 ส่วน
    ส่วนที่ 1 เงินจัดสรรจากรัฐบาล ได้แก่
    1. เงิน 1 ล้าน (บาท) จำนวน 2,145 กองทุน เป็นเงิน 2,145,000,000 บาท
    2. เงินเพิ่มทุนระยะที่ 1 (1แสนบาท) 659 เป็นเงิน 65,900,000 บาท
    3. เงินเพิ่มทุนระยะที่ 2 จำนวน 2,125 กองทุน เป็นเงิน 469,200,000 บาท
    4. เงินเพิ่มทุนระยะที่ 3 (26 มค.59) จำนวน 2,107 กองทุน เป็นเงิน 2,107,000,000 บาท
    ส่วนที่ 2 เงินสมทบกองทุน และเงินประกันความเสี่ยง เป็นเงินทั้งสิ้น 193,713,166 บาท
    บัญชี 2 (หุ้น/สัจจะ/เงินออม) เป็นเงิน 382,774,788 บาท
    บัญชี 3 เงินเพิ่มทุนจากสถาบันการเงิน เงินเพิ่มทุนปกติ จากสถาบันการเงิน เป็นเงิน 671,365,298 บาท เงินเพิ่มทุน ตามมาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ของประชาชนผู้มีรายได้น้อย จำนวน 1,1614 กองทุน เป็นเงิน 1,610,934,800 บาท(ข้อมูล 1ม.ค59)
    บัญชี 4/ เงินอุดหนุน/บัญชีอื่นๆ สถาบันการเงินชุมชน เป็นเงิน 25,277,253 บาท

    การขับเคลื่อนการดำเนินการดังนี้
    1. การจดทะเบียนกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองเป็นนิติบุคคล
    ดำเนินการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตาม พระราชบัญญัติกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ พ.ศ. 2547 แล้วจำนวน 2,131 กองทุน คิดเป็นร้อยละ 99.40 คงเหลือ 13 กองทุน (ชุมชนเมือง) ปี 2555 จัดตั้งและจดทะเบียน และได้รับเงินโอน 1 ล้านบาท เมื่อปี 2558 จำนวน 1 กองทุน รวมจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลแล้ว 2,132 กองทุน
    2. การจัดระดับ A B C D จาก สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ปี 2555 จังหวัดสุรินทร์ มีกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองได้รับจัดระดับการประเมินศักยภาพและประสิทธิภาพการดำเนินงานของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองจังหวัดสุรินทร์ จำนวน 2,144 กองทุน ดังนี้
    ระดับดีมาก (A) จำนวน 1,186 กองทุน ระดับดี (B) จำนวน 697 กองทุน ระดับ (C) จำนวน 222 กองทุน ระดับปรับปรุง(D) จำนวน 39 กองทุน
    3. การดำเนินการ ตามโครงการเพิ่มทุนกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ระยะที่ 3 จำนวน 1,000,000 บาท (ตั้งแต่ปี 2555- ปัจจุบัน )
    3.1 จังหวัดสุรินทร์ มีกองทุนหมู่บ้านที่ยื่นแบบคำขอและผ่านการพิจารณาให้ความเห็นชอบจากคณะอนุกรรมการสนับสนุนและติดตามการดำเนินงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ระดับจังหวัด จำนวน 2,117 กองทุน คิดเป็นร้อยละ 99.36 คงเหลือ 14 กองทุน ยังไม่ยื่นเพิ่มทุนฯ ระยะที่ 3 ที่อยู่ระหว่างการจัดทำเอกสาร
    3.2 ผ่านการอนุมัติ จาก สทบ. ได้รับเงินโอนเพิ่มทุน ระยะที่ 3 (1,000,000 บาท ) จำนวน 2,107 กองทุน คงเหลือ จำนวน 10 กองทุน อยู่ระหว่าง สทบ. โอนเงิน
    4. ตามที่รัฐบาลได้มี มาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ของประชาชนผู้มีรายได้น้อย สำหรับกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ที่ได้รับการจัดระดับ A และ B สามารถกู้ยืมเงินไปพัฒนาอาชีพ สร้างงาน ปัจจุบัน มีกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ได้กู้ยืมตามโครงการนี้ เงินเพิ่มทุน ตามมาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ของประชาชนผู้มีรายได้น้อย จำนวน 1,1614 กองทุน เป็นเงิน 1,610,934,800 บาท คิดเป็นร้อยละ 86 แยกเป็น ธนาคารออมสิน จำนวน 681 กองทุน เป็นเงิน 679,210,000 บาท และ ธกส. จำนวน 933 กองทุน เป็นเงิน 931,724,800 บาท
    *พัฒนายกระดับเป็นสถาบันการเงินชุมชนแล้วจำนวน 29 แห่ง
    จัดตั้งเป็นสถาบันการเงินชุมชนต้นแบบตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จำนวน 17 กองทุน จัดตั้งเป็นสถาบันการเงินชุมชน (นำำร่อง) จำนวน 5 กองทุน ,
    จัดตั้งเป็นสถาบันการเงินชุมชนโดยหน่วยงานภาคี 5 แห่ง /องค์กรเอกชนสนับสนุน จำนวน 4 แห่ง /พัฒนายกระดับด้วยตัวเอง 2 แห่ง

    *เตรียมจัดตั้งเป็นสถาบันการเรียนรู้กองทุนหมู่บ้าน จำนวน 1 แห่ง (สถาบันการเงินชุมชนแนงมุด ตำบลแนงมุด อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์)

    *โครงการพัฒนาศักยภาพหมู่บ้านและชุมชน SML ปี 2555 เป้าหมาย 2,152 หมู่บ้าน/ชุมชน ได้รับการโอนเงินแล้ว 17 รอบ จำนวน 2,134 หมู่บ้าน คิดเป็นร้อยละ 99

    * โครงการพัฒนาเมือง "ร้อยมือ สร้างเมือง" อยู่ระหว่างการพิจารณาโครงการ 6 โครงการในระดับส่วนกลาง

    (ข้อมูล ณ วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2559) By:Somluck

  • หมวดหมู่

  • คลังเก็บ

  • ภารกิจ แผนงาน กิจกรรม

    พฤษภาคม 2016
    พฤ อา
    « เม.ย.    
     1
    2345678
    9101112131415
    16171819202122
    23242526272829
    3031  

เก็บมาฝาก:เปิดแพ็กเกจรัฐช่วยปากท้องผู้มีรายได้น้อย-ปลุกลงทุนโครงการขนาดเล็ก


เปิดรายละเอียดมาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ของประชาชนผู้มีรายได้น้อยและมาตรการกระตุ้นการลงทุนขนาดเล็กของรัฐบาลทั่วประเทศ

รายงานจากกระทรวงการคลัง แจ้งว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2558 ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบมาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ของประชาชนผู้มีรายได้น้อย เพื่อให้มีเงินหมุนเวียนในระดับชุมชนและกระจายความเจริญเติบโตไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ และมาตรการกระตุ้นการลงทุนขนาดเล็กของรัฐบาลทั่วประเทศ เพื่อให้การใช้จ่ายภาครัฐสนับสนุนให้เศรษฐกิจขยายตัวต่อไปได้ ตามที่กระทรวงการคลังเสนอรวม 3 มาตรการ โดยมีรายละเอียดของมาตรการดังต่อไปนี้

1. มาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ระดับหมู่บ้าน

1.1 วัตถุประสงค์ของโครงการ : การให้สินเชื่อกับกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง (กองทุนฯ) ที่ได้รับการจัดชั้นเป็นกองทุนระดับ A และ B จากสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) กองทุนฯ ละไม่เกิน 1 ล้านบาท โดยมีเงื่อนไขไม่ให้กองทุนฯ Refinance หนี้เดิม เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงานให้กับกองทุนฯ กำหนดวงเงิน 60,000 ล้านบาท ประกอบด้วยวงเงินสินเชื่อของธนาคารออมสิน 30,000 ล้านบาท และวงเงินสินเชื่อของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) 30,000 ล้านบาท

1.2 อัตราดอกเบี้ยและระยะเวลา : กำหนดให้ธนาคารออมสิน และ ธ.ก.ส.ให้สินเชื่อกับกองทุนฯ ระยะเวลา 7 ปี นับจากวันลงนามในนิติกรรมสัญญา และดำเนินการทำนิติกรรมสัญญาให้แล้วเสร็จภายใน 31 ธันวาคม 2558 โดยกำหนดให้กองทุนฯ ให้สินเชื่อกับสมาชิกกองทุนฯ โดยมีเงื่อนไขอัตราดอกเบี้ย ดังนี้

(1)  ปีที่ 1 – 2 ในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0 ต่อปี

(2) ปีที่ 3 – 7 ในอัตราดอกเบี้ยเท่ากับต้นทุนทางการเงิน (Financing Cost) บวกด้วยร้อยละ 1.0 ต่อปี

2. มาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ระดับตำบล

2.1 วัตถุประสงค์ของโครงการ : เพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยในต่างจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและราคาสินค้าเกษตรตกต่ำซึ่งมีผลกระทบต่อกำลังซื้อของประชาชนผู้มีรายได้น้อยอ่อนแอลง โดยมาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ในระดับตำบลจะช่วยให้เกิดการจ้างงานการบริโภคและการลงทุนในระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นจากการจัดสรรงบประมาณลงในระดับตำบล

2.2สาระสำคัญ: ให้กระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลักดำเนินมาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ระดับตำบล โดยจัดสรรงบประมาณให้ในระดับตำบล ตำบลละ 5 ล้านบาท (จำนวน 7,255 ตำบล คิดเป็นเงิน 36,275 ล้านบาท) และเร่งรัดการใช้จ่ายเงินตามโครงการให้เสร็จภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2558เพื่อดำเนินโครงการที่มีการจ้างแรงงานหรือก่อให้เกิดการจัดซื้อจัดจ้างสินค้า และบริการในจังหวัดในลักษณะดังต่อไปนี้

(1) โครงการซ่อมแซมหรือบูรณะทรัพย์สินที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ เช่น การซ่อมแซมแหล่งน้ำและระบบส่งน้ำ การซ่อมแซมสถานพยาบาล โรงเรียน ตลาดกลาง และการปรับปรุง และฟื้นฟูแหล่งขยะ เป็นต้น

(2) โครงการส่งเสริมการพัฒนาชุมชนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง เช่น การปลูกพืชใหม่ที่มีตลาด การเปลี่ยนแปลงอาชีพ การสร้างฝาย และการปลูกต้นไม้หรือป่าชุมชน เป็นต้น

(3) โครงการด้านเศรษฐกิจและสังคม เช่น การเพิ่มศักยภาพในการประกอบอาชีพของคนในหมู่บ้าน/ชุมชน ส่งเสริมการประกอบอาชีพ การปรับปรุงซ่อมแซม ศูนย์เด็กเล็ก และศูนย์บริการผู้สูงอายุ เป็นต้น

3. มาตรการกระตุ้นการลงทุนขนาดเล็กของรัฐบาลทั่วประเทศ

3.1 วัตถุประสงค์ : เพื่อกระตุ้นให้เกิดการจ้างงานและส่งเสริมให้มีการลงทุนทั้งในส่วนกลางและต่างจังหวัด

3.2 สาระสำคัญ : มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยโครงการลงทุนขนาดเล็กของรัฐบาลทั่วประเทศ วงเงินประมาณ 40,000 ล้านบาท ประกอบด้วย

(1) ให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่น ยกเว้นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และกองทุนและเงินทุนหมุนเวียน ที่มีแผนการดำเนินงานที่สอดคล้องกับมาตรการส่งเสริมการลงทุนขนาดเล็กของรัฐบาลทั่วประเทศ จัดทำแผนการดำเนินการรายการที่มีลักษณะเป็นรายจ่ายลงทุนที่มีความสำคัญ และจำเป็นต่อการเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของหน่วยงาน วงเงินในการดำเนินการจัดซื้อ/จัดจ้าง รายการละไม่เกิน 1 ล้านบาท และต้องดำเนินการเบิกจ่ายให้แล้วเสร็จภายในวันที่  31 ธันวาคม 2558 โดยให้ขอรับการจัดสรรงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น

(2) ให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่น ดำเนินการตามมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 ที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณไว้แล้ว โดยจัดทำแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณให้สอดคล้องกับมาตรการส่งเสริมการลงทุนขนาดเล็กนี้ โดยเฉพาะรายการรายจ่ายลงทุนที่มีวงเงินไม่เกิน 1 ล้านบาท ให้ดำเนินการลงนามในสัญญาและเบิกจ่ายให้แล้วเสร็จภายใน 31 ธันวาคม 2558

ทั้งนี้ การดำเนินมาตรการดังกล่าวข้างต้นจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และกระจายการลงทุนไปในพื้นที่ต่างๆ ในต่างจังหวัด ตลอดจนผลักดันให้เกิดการพัฒนาในท้องถิ่นและภูมิภาคอย่างทั่วถึง

ที่มา ประชาชาติธุรกิจออนไลน์  http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1441095448

เก็บมาฝาก : มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจฯ 1.1 แสนล้านบาท


สมคิดนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)วันนี้ว่า ครม.อนุมัติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจส่วนแรกภายใต้วงเงินราว 1.3 แสนล้านบาท ซึ่งจะเร่งรัดการใช้จ่ายให้เม็ดเงินลงสู่ระบบภายในปีนี้ เพื่อให้เห็นผลในระยะสั้นโดยเร็วจากการหมุนของเม็ดเงินดังกล่าว ต่อจากนี้รัฐบาลยังมีมาตรการเพิ่มเติมเพื่อฟื้นเศรษฐกิจในระยะต่อไป

“ไม่ใช่โครงการประชานิยมแน่ และไม่ได้ยืมใครมา อะไรที่ช่วยประชาชนได้ก็ต้องทำไม่ว่าจะพรรคการเมืองไหน”สมคิด กล่าว

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง กล่าวว่า ชุดมาตรการดังกล่าว ประกอบด้วย  มาตรการแรก เป็นการปล่อยเงินกู้ผ่านกองทุนหมู่บ้านวงเงินราว 6 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นเงินของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรและธนาคารออมสิน ซึ่งจะไม่คิดดอกเบี้ยใน 2 ปีแรก อายุโครงการ 7 ปี ไม่จำกัดวงเงินกู้ต่อราย แต่ขึ้นอยู่กับความจำเป็นที่คณะกรรมการกองทุนฯจะเป็นผู้พิจารณา โดยรัฐบาลจะอุดหนุนภาระดอกเบี้ยให้ในช่วง 2 ปีแรก ส่วนปีที่ 3-7 ในอัตราดอกเบี้ยเท่ากับต้นทุนทางการเงิน (Financing Cost) บวกด้วยร้อยละ 1.0 ต่อปี เพราะเชื่อว่าปีที่ 3 เป็นต้นไปประชาชนจะสามารถหาเงินมาชำระคืนดอกเบี้ยได้ ซึ่งคิดเป็นเม็ดเงินที่รัฐบาลต้องรับภาระปีละ 2 พันล้านบาท

มาตรการที่ 2 เป็นการเร่งรัดการใช้จ่ายสู่ระดับตำบลกว่า 7 พันตำบล ๆ ละ 5 ล้านบาท คิดเป็นวงเงินราว 3.6 หมื่นล้านบาท เพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาด้านต่าง ๆ รวมถึงการจ้างานในชุมชน โดยให้กระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลักดำเนินมาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ระดับตำบล และเร่งรัดการใช้จ่ายเงินตามโครงการให้เสร็จภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2558 เพื่อดำเนินโครงการที่มีการจ้างแรงงานหรือก่อให้เกิดการจัดซื้อจัดจ้างสินค้า และบริการในจังหวัดในลักษณะดังต่อไปนี้ โครงการซ่อมแซมหรือบูรณะทรัพย์สินที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ เช่น การซ่อมแซมแหล่งน้ำและระบบส่งน้ำ การซ่อมแซมสถานพยาบาล โรงเรียน ตลาดกลาง และการปรับปรุงและฟื้นฟูแหล่งขยะ เป็นต้น, โครงการส่งเสริมการพัฒนาชุมชนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง เช่น การปลูกพืชใหม่ที่มีตลาด การเปลี่ยนแปลงอาชีพ การสร้างฝาย และการปลูกต้นไม้หรือป่าชุมชน เป็นต้น และโครงการด้านเศรษฐกิจและสังคม เช่น การเพิ่มศักยภาพในการประกอบอาชีพ               ของคนในหมู่บ้าน/ชุมชน ส่งเสริมการประกอบอาชีพ การปรับปรุงซ่อมแซม ศูนย์เด็กเล็ก และศูนย์บริการผู้สูงอายุ เป็นต้น

และมาตรการที่ 3 เป็น การเร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณในส่วนของโครงการขนาดเล็กโครงการละประมาณ 1 ล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการที่มีเงินงบประมาณอยู่แล้ว 1.6 หมื่นล้านบาทที่จะเร่งให้เกิดการใช้จ่ายภายในปีนี้ และอีก 2.4 หมื่นล้านบาทจะเปิดให้ส่วนราชการของบประมาณในโครงการขนาดเล็กเพิ่มเติมได้ โดยให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่น ยกเว้นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และกองทุนและเงินทุนหมุนเวียน ที่มีแผนการดำเนินงานที่สอดคล้องกับมาตรการส่งเสริมการลงทุนขนาดเล็กของรัฐบาลทั่วประเทศ จัดทำแผนการดำเนินการรายการที่มีลักษณะเป็นรายจ่ายลงทุนที่มีความสำคัญ และจำเป็นต่อการเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของหน่วยงาน วงเงินในการดำเนินการจัดซื้อ/จัดจ้าง รายการละไม่เกิน 1 ล้านบาท และต้องดำเนินการเบิกจ่ายให้แล้วเสร็จภายในวันที่  31 ธันวาคม 2558 โดยให้ขอรับการจัดสรรงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น

นอกจากนี้ ให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่น ดำเนินการตามมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 ที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณไว้แล้ว โดยจัดทำแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณให้สอดคล้องกับมาตรการส่งเสริมการลงทุนขนาดเล็กนี้ โดยเฉพาะรายการรายจ่ายลงทุนที่มีวงเงินไม่เกิน 1 ล้านบาท ให้ดำเนินการลงนามในสัญญาและเบิกจ่ายให้แล้วเสร็จภายใน 31 ธันวาคม 2558

“การดำเนินมาตรการดังกล่าวข้างต้นจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และกระจายการลงทุนไปในพื้นที่ต่างๆ ในต่างจังหวัด ตลอดจนผลักดันให้เกิดการพัฒนาในท้องถิ่นและภูมิภาคอย่างทั่วถึง”นายอภิศักดิ์ ระบุ

อ่านต่อได้ที่ : http://www.ryt9.com/s/iq03/2241461

เก็บมาฝาก: เงินกู้ไม่มีดอกเบี้ยกระตุ้นเศรษฐกิจ.


เงินกู้ไม่มีดอกเบี้ยกระตุ้นเศรษฐกิจ.

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เปิดเผยว่า ในสัปดาห์หน้าจะเสนอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา โดยจะให้กองทุนหมู่บ้านปล่อยกู้แบบไม่คิดดอกเบี้ยให้กลับสมาชิกกองทุนฯ เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ สำหรับรายละเอียดการปล่อยกู้อยู่ระหว่างการศึกษารายละเอียดวงเงินรวมที่จะปล่อยกู้ทั้งหมด……. อ่านต่อได้ที่ : http://m.posttoday.com/article/384195/6000

สำหรับอำเภอ ดาวโหลด ตัวอย่างโครงการ สทบ. 2558 พร้อมรายละเอียดแนบ


โดย สทบ. กำหนดแนวทางการดำเนินงาน ่ของคณะอนุกรรมการสนับสนุนและติดตามการดำเนินงานกองทุนหมู่บ้านระดับอำเภอ   ดำเนินการตามบทบาท/ภารกิจ กำหนดกิจกรรมที่ควรดำเนินการ ดังนี้

  1. ร่วมกิจกรรมตามที่อนุกรรมการสนับสนุนและติดตามการดำเนินงานกองทุนหมู่บ้านระดับจังหวัดแจ้ง
  2. การประชุมคณะอนุกรรมการสนับสนุนและติดตามการดำเนินงานกองทุนหมู่บ้านระดับจังหวัด/อำเภอ
  3. การประชุมสัมมนา ฝึกอบรม หรือจัดเวทีประชาคมเครือข่ายกองทุนหมู่บ้านระดับจังหวัด /อำเภอ/ตำบล หรือกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง
  4. การจัดทำเอกสารคู่มือ แนวทาง และสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ การประชาสัมพันธ์ผลการดำเนินงานและทิศทางนโยบายกองทุนฯ
  5. การบริหารสำนักงานของฝ่ายเลขานุการฯคณะอนุกรรมการสนับสนุนและติดตามการดำเนินงานกองทุนหมู่บ้านระดับอำเภอ
  6. รวบรวมรายงานงบการเงินของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองและรายชื่อ คณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง พร้อมจำนวนสมาชิกกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ณ วันที่ 31 ธันวาคม  2557
  7.  การดำเนินงานกองทุนหมู่บ้านระดับจังหวัด/อำเภอ ในภารกิจตามนโยบายกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง       

หมายเหตุ

  1. อำเภอจัดทำแผนฯ และดำเนินการให้สอดคล้องกับกิจกรรมของจังหวัด คือ

กิจกรรมที่  2  คัดเลือกกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองดีเด่นอำเภอละ  1 แห่งและสมาชิก

กองทุนที่นำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปประกอบอาชีพอำเภอละ 1 คน เพื่อรับรางวัลในงานมหกรรม14ปีกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองจังหวัดสุรินทร์ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯพ่อของแผ่นดิน

(โดยมีหลักเกณฑ์แนวทางตามที่จังหวัดกำหนด )

กิจกรรมที่  3 จัดนิทรรศการในงาน “มหกรรม 14 ปีกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองจังหวัด

สุรินทร์ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พ่อของแผ่นดิน ระยะเวลา ๑ วัน”

กิจกรรมที่ 4 ประชุมชี้แจงทำความเข้าใจคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้าน เรื่องการบริหารความ

เสี่ยงและการควบคุมภายในกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง /การทำสัญญารูปแบบใหม่ ตามแบบ สทบ. กำหนด

  1. ดำเนินการเบิกจ่ายเงินงบประมาณ ให้เสร็จภายในเดือน ตุลาคม 2558
  2. รายงานผลการดำเนินงาน พร้อมภาพกิจกรรมประกอบ หลังเสร็จสิ้นโครงการ ภายใน 30 วัน

ดาวโหลด ได้ที่ คลิก

https://onedrive.live.com/redir?resid=E957702451EBAD0B!2470&authkey=!ACiDPqLuszpdRM4&ithint=folder%2cpdf

เก็บมาฝาก : เพิ่มการหมุนเวียนเศรษฐกิจในชุมชนโดยกองทุนหมู่บ้าน


วันพฤหัสบดี ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2558, 13.34 น.

27 ส.ค. 58  ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการฟื้นฟูกองทุนหมู่บ้านว่า ก่อนหน้านี้นายกฯ ได้สั่งการให้มีแผนฟื้นฟูกองทุนหมู่บ้าน ให้กองทุนหมู่บ้านที่ไม่มีประสิทธิภาพซึ่งมีประมาณ 800 กว่ากองทุนที่ไม่ผ่านการประเมิน ให้มีการพัฒนาขึ้นโดยเราจะไม่ทิ้งเนื่องจากประชาชนได้รับผลกระทบ เช่นกรณีเงินหาย ก็ต้องมีการดำเนินการตามกฎหมาย กรณีกรรมการไม่ดีก็ประชุมเพื่อปรับปรุงตั้งกรรมการขึ้นมาใหม่ ส่วนกองทุนที่พอไปได้ก็จะดำเนินการเพิ่มทุนให้ได้มากที่สุด

นายสุวพันธุ์ กล่าวด้วยว่า รัฐบาลมีแนวคิดกระตุ้นให้มีการหมุนเวียนของเงินในระดับชุมชนให้มากขึ้น โดยจะให้กองทุนหมู่บ้านเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการหมุนของเงินและมีผลโดยตรงกับผู้มีรายได้น้อย ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นการส่งเสริมอาชีพเพียงอย่างเดียว อาจเป็นการต่อยอดผลิตภัณฑ์ในหมู่บ้าน เช่นการทำโรงสีข้าวชุมชน พัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้ดีขึ้น มีร้านค้าชุมชน ส่วนที่ชาวบ้านจะกู้เงินเพื่อใช้หนี้นั้น เป็นการช่วยเหลือประชาชนที่มีหนี้นอกระบบ อาจเอาเงินของกองทุนไปใช้หนี้แล้วผ่อนจ่ายกับกองทุนในอัตราดอกเบี้ยที่น้อยกว่า ซึ่งอยากให้เห็นภาพการพัฒนาในระยะเวลา 3 เดือน

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษาเจ้าหน้าที่ของธนาคารกรุงไทยกรณีปล่อยสินเชื่อ จะส่งผลต่อการปล่อยกู้หรือไม่ นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า ถ้าทำอย่างตรงไปตรงมาก็ไม่มีปัญหา บางทุนมีเงินหมุนเวียนเป็น 10 ล้าน ก็อยากกู้เพิ่มแต่ถ้ามีประสิทธิภาพธนาคารก็จะพิจารณาให้ ถ้าทุกอย่างโปร่งใส ไม่มีวาระซ่อนเร้นก็เดินหน้าได้

กองทุนหมู่บ้าน เตรียมพบกับ มาตรการการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะเร่งด่วน


25 สิงหาคม 2015

เป็นเวลา 11 เดือนแล้วที่รัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้ามาบริหารประเทศ ช่วงที่ผ่านมารัฐบาลประสบปัญหาการเบิกจ่ายงบลงทุนไม่ตามเป้าหมาย จึงมีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติให้มีการเรียกงบดังกล่าวคืนประมาณ 8,000 ล้านบาท ซึ่งมีแนวโน้มผันลงสู่ภาคการเกษตร พร้อมกับเร่งเบิกจ่ายงบลงทุน ในขณะเดียวกันก็ได้อัดฉีดเงินจากงบกลางและงบสำรองจ่ายฉุกเฉินหรือจำเป็นด้านมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะเร่งด่วน

สำหรับปีงบประมาณ 2558 มีงบกลางที่รัฐบาลชุดนี้จัดสรรไว้จำนวน 375,708.09 ล้านบาท และในงบกลางก้อนนี้ มีวงเงินสํารองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจําเป็นอยู่จำนวน 88,823.6 ล้านบาท

งบกลางปี 2558

จากการรวบรวมพบว่างบประมาณที่ใช้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะเร่งด่วน ได้รับการอนุมัติแล้วทั้งสิ้น 391,942.58 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีงบกลางในส่วนของวงเงินสำรองจ่ายฉุกเฉินหรือจำเป็นถูกนำมาใช้ในรัฐบาลชุดนี้จำนวน 31,728.93 ล้านบาท จำนวน 49 โครงการ (โดยมาจากเงินเหลื่อมปีจากงบกลางปี 2557 จำนวน 9,194.24 ล้านบาท(ดูรายละเอียดโครงการเพิ่มเติม) และงบกลางจากปี 2558 จำนวน 22,534.69 ล้านบาท (ดูรายละเอียดโครงการเพิ่มเติม)) ดังนั้นรัฐชุดนี้ได้ใช้เงินในส่วนรายจ่ายเบ็ดเตล็ดและเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจเบื้องต้นไปแล้ว 423,671.51 ล้านบาท คิดเป็นเกือบ 1 ใน 3 ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2558 ทั้งหมด

สำหรับมาตรการการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะเร่งด่วน วงเงิน 391,942.58 ล้านบาท ประกอบด้วยโครงการต่างๆ ดังนี้(คลิ๊กที่ภาพเพื่อขยาย)

มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ(ใหม่)

1) มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้มีรายได้น้อย ได้แก่ ช่วยเหลือชาวนา ไร่ละ 1,000 บาท รายละไม่เกิน 15 ไร่ รวม 45,000.00 ล้านบาท ช่วยเหลือชาวสวนยาง ไร่ละ 1,000 บาท รายละไม่เกิน 15 ไร่ รวม 7,704.27 ล้านบาท ธ.ก.ส. ลดดอกเบี้ยเงินกู้ผู้ปลูกข้าวนาปี ปี 2557/2558 (รัฐชดเชยดอกเบี้ย) ออมสินรับรีไฟแนนซ์ ประชาชนทั่วไป รายละ 5000,0000 บาท ธ.ก.ส. รับรีไฟแนนซ์ เกษตรกร รายละ 100,000 บาท ธอส. ปล่อยสินเชื่อชำระหนี้ที่อยู่อาศัย แนวทางการพัฒนายางพาราทั้งระบบ (มาตรการเร่งด่วน) 977.75 ล้านบาท แนวทางการพัฒนายางพาราทั้งระบบ (มาตรการเร่งด่วน) 5,938.25 1.9 ล้านบาท

จ่ายเงินเพิ่มราคาอ้อยขั้นต้นฤดูการผลิต ปี 2556/2557 16,856.52 ล้านบาท โครงการสินเชื่อชะลอขายข้าวนาปี 2557/2558 2,796.07 ล้านบาท ธ.ก.ส. ลดดอกเบี้ยเงินกู้ให้กับผู้ปลูกมันสำปะหลังตามมาตรการระยะสั้นและระยะปานกลาง 2,775.00 ล้านบาท โครงการขยายเขตระบบไฟฟ้าให้ครัวเรือนที่ห่างไกล 1,215.00 1.13 ล้านบาท ให้องค์การส่วนยางกู้เงินจาก ธ.ก.ส. เพื่อรับซื้อยาง และดำเนินโครงการสร้างมูลภัณฑ์กันชน (คลังค้ำประกัน) 18,000.00 ล้านบาท

โครงการส่งเสริมสินเชื่อเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอ้อยอย่างครบวงจร (รัฐชดเชยดอกเบี้ย) โครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด 400 บาท/ราย/เดือน 3,590.79 ล้านบาท (คำนวณจากจำนวนเด็กแรกเกิดปี 2556) โครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรด้วยการจำหน่ายหนี้เป็นสูญ 9,000.00 ล้านบาท โครงการประกันภัยข้าวนาปี 2558 จำนวน 476.48 ล้านบาท อุดหนุนรถเมล์ รถไฟฟรี 1,123.00 ล้านบาท พักชำระหนี้เกษตรกร 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (รัฐชดเชยดอกเบี้ย) 97.26 ล้านบาท พักชำระหนี้เกษตรกรรายย่อยที่เป็นสมาชิกสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกร (รัฐชดเชยดอกเบี้ย) 2,684.71 ล้านบาท ดึงงบจังหวัดจ้างงานเกษตรกร จังหวัดละ 10 ล้าน รวม 760.00 ล้านบาท หาที่อยู่อาศัยให้คนไร้บ้าน 4 ล้านครัวเรือน

2) มาตรการจ้างงาน และกระตุ้นเศรษฐกิจระดับท้องถิ่น ได้แก่ ช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง ปี 2557/2558 1,342.36 ล้านบาท กรมชลประทานจ้างงานเกษตรที่ประสบภัยแล้ง ปี 2558/2559 จำนวน 957.00 ล้านบาท เพิ่มทุนกองทุนหมู่บ้าน หมู่บ้านละ 1 ล้านบาท รวม 26,456 กองทุน รวม 26,456.00 ล้านบาท โครงการเพิ่มศักยภาพกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง โดยธนาคารออมสิน และ ธ.ก.ส. การทำแผนฟื้นฟูกองทุนหมู่บ้านที่มีปัญหาด้านการบริหารงาน

3) มาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อช่วยเหลือ SMEs ขนาดกลาง/ขนาดย่อม ได้แก่ โครงการ Policy Loan (งบดำเนินการ) 875.00 ล้านบาท โครงการค้ำประกันสินเชื่อ Portfolio Guarantee Scheme (PGS) (งบดำเนินการ) 3,225.00 ล้านบาท โครงการค้ำประกันสินเชื่อ Portfolio Guarantee Scheme (PGS) ระยะที่ 5 (รัฐชดเชยค่าธรรมเนียม) 105,000.00 ล้านบาท และจัดตั้งกองทุนร่วมลงทุนในกิจการ SMEs ระหว่างภาครัฐและเอกชน (รัฐร่วมลงทุนร้อยละ 10-50)

4) มาตรการภาษีเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ได้แก่ ปรับปรุงโครงสร้างอันตราภาษีศุลกากรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต (ระยะที่ 1) มาตรการภาษีส่งเสริมการตั้งสำนักงานใหญ่ข้ามประเทศ และการตั้งบริษัทการค้าระหว่างประเทศ มาตรการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลที่สนับสนุนทุนวิจัย มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการลงทุนผ่าน BOI และสนับสนุนการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษ มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการท่องเทียวในประเทศ และขยายเวลาเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 7 ปรับเกณฑ์เสียภาษีสรรพสามิต ECO car เครื่องยนต์ดีเซล

5) มาตรการอื่นๆ ได้แก่ มาตรการส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม สนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของประชาชนรายย่อย Nano Finance การตั้งนิติบุคคลร่วมทุนภายใน 31 ธันวาคม 2559 โครงการเงินกู้เพื่อการพัฒนาระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและระบบขนส่งทางถนน ระยะเร่งด่วน จำนวน 78,295.58 ล้านบาท โครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต็อกข้าวนาปรัง ปี 2558 จำนวน 38,796.54 ล้านบาท ให้กองทุนอ้อยและน้ำตาลทรายกู้เงิน (Straight loan) จาก ธ.ก.ส. หรือธนาคารพาณิชย์ (รัฐชดเชยดอกเบี้ย) ให้องค์การส่วนยางกู้เงินจาก ธ.ก.ส. เพื่อรับซื้อยาง และดำเนินโครงการสร้างมูลภัณฑ์กันชน (คลังค้ำประกัน) จำนวน 18,000.00 ล้านบาท

ดาวโหลดแบบฟอร์ม สัญญา กองทุนหมู่บ้าน ฉบับใหม่ 2558


ท่านสามารถ ดาวโหลดไฟล์ข้อมูล สัญญากู้ยิมเงิน สัญญาค้ำประกัน หนังสือรับสภาพหนี้ทางแพ่ง หนังสือรับสภาพหนี้ทางอาญา หนังสือยอมชดใช้หนี้ หนังสือรับสภาพความผิด หนังสือทวงถามให้ชำระหนี้เงินกู้กองทุนหมู่บ้าน/ชุมชน  หนังสือบอกล่าว หนังสือบอกกล่าวแจ้างไถ่ถอนฯ ตาม ลิงค์ ข้างล่าง แบบฟอร์แผนการบริหารจัดการความเสี่ยงฯ  แบบฟอร์มการปรเมินความเสี่ยงกองทุนหมู่บ้านฯ แบบฟอร์มการรายงานผลการดำเนินงานตามแผนการบริหารจัดการความเสี่ยง แบบประเมินผลการควบคุมภายในกองทุนหมู่บ้านฯ แบบแผนการจัดระบบการควบคุมภายในกองทุนหมู่บ้านฯ

https://onedrive.live.com/redir?resid=E957702451EBAD0B!2464&authkey=!AOeNeD1fFwJzZ9g&ithint=folder%2c

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 998 other followers

%d bloggers like this: