• โปรแกรมบันทึกข้อมูล แบบสำรวจความพร้อมการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชนเพื่อเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากภายใต้แนวคิดประชารัฐ

  • ผลการขับเคลื่อนการดำเนินงานของสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ สาขา 7 (สุรินทร์)

    จังหวัดสุรินทร์มีกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง จำนวน 2,145 กองทุน (แยกเป็นกองทุนหมู่บ้าน 2,120 กองทุน ,กองทุนชุมชนเมือง 25 กองทุน) ปัจจุบันกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองจังหวัดสุรินทร์ ได้ดำเนินการมาครบ 14 ปี มีเงินทุนหมุนเวียนรวมทั้งสิ้น เป็นเงิน 7,671,165,305บาท (-เจ็ดพันหกร้อยเจ็ดสิบเอ็ดล้านหนึ่งแสนหกหมื่นห้าพันสามร้อยห้าบาท-) แยกเป็น 4 บัญชี ดังนี้
    บัญชี 1 (1 ล้านบาท) ประกอบไปด้วย 2 ส่วน
    ส่วนที่ 1 เงินจัดสรรจากรัฐบาล ได้แก่
    1. เงิน 1 ล้าน (บาท) จำนวน 2,145 กองทุน เป็นเงิน 2,145,000,000 บาท
    2. เงินเพิ่มทุนระยะที่ 1 (1แสนบาท) 659 เป็นเงิน 65,900,000 บาท
    3. เงินเพิ่มทุนระยะที่ 2 จำนวน 2,125 กองทุน เป็นเงิน 469,200,000 บาท
    4. เงินเพิ่มทุนระยะที่ 3 (26 มค.59) จำนวน 2,107 กองทุน เป็นเงิน 2,107,000,000 บาท
    ส่วนที่ 2 เงินสมทบกองทุน และเงินประกันความเสี่ยง เป็นเงินทั้งสิ้น 193,713,166 บาท
    บัญชี 2 (หุ้น/สัจจะ/เงินออม) เป็นเงิน 382,774,788 บาท
    บัญชี 3 เงินเพิ่มทุนจากสถาบันการเงิน เงินเพิ่มทุนปกติ จากสถาบันการเงิน เป็นเงิน 671,365,298 บาท เงินเพิ่มทุน ตามมาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ของประชาชนผู้มีรายได้น้อย จำนวน 1,1614 กองทุน เป็นเงิน 1,610,934,800 บาท(ข้อมูล 1ม.ค59)
    บัญชี 4/ เงินอุดหนุน/บัญชีอื่นๆ สถาบันการเงินชุมชน เป็นเงิน 25,277,253 บาท

    การขับเคลื่อนการดำเนินการดังนี้
    1. การจดทะเบียนกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองเป็นนิติบุคคล
    ดำเนินการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตาม พระราชบัญญัติกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ พ.ศ. 2547 แล้วจำนวน 2,131 กองทุน คิดเป็นร้อยละ 99.40 คงเหลือ 13 กองทุน (ชุมชนเมือง) ปี 2555 จัดตั้งและจดทะเบียน และได้รับเงินโอน 1 ล้านบาท เมื่อปี 2558 จำนวน 1 กองทุน รวมจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลแล้ว 2,132 กองทุน
    2. การจัดระดับ A B C D จาก สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ปี 2555 จังหวัดสุรินทร์ มีกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองได้รับจัดระดับการประเมินศักยภาพและประสิทธิภาพการดำเนินงานของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองจังหวัดสุรินทร์ จำนวน 2,144 กองทุน ดังนี้
    ระดับดีมาก (A) จำนวน 1,186 กองทุน ระดับดี (B) จำนวน 697 กองทุน ระดับ (C) จำนวน 222 กองทุน ระดับปรับปรุง(D) จำนวน 39 กองทุน
    3. การดำเนินการ ตามโครงการเพิ่มทุนกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ระยะที่ 3 จำนวน 1,000,000 บาท (ตั้งแต่ปี 2555- ปัจจุบัน )
    3.1 จังหวัดสุรินทร์ มีกองทุนหมู่บ้านที่ยื่นแบบคำขอและผ่านการพิจารณาให้ความเห็นชอบจากคณะอนุกรรมการสนับสนุนและติดตามการดำเนินงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ระดับจังหวัด จำนวน 2,117 กองทุน คิดเป็นร้อยละ 99.36 คงเหลือ 14 กองทุน ยังไม่ยื่นเพิ่มทุนฯ ระยะที่ 3 ที่อยู่ระหว่างการจัดทำเอกสาร
    3.2 ผ่านการอนุมัติ จาก สทบ. ได้รับเงินโอนเพิ่มทุน ระยะที่ 3 (1,000,000 บาท ) จำนวน 2,107 กองทุน คงเหลือ จำนวน 10 กองทุน อยู่ระหว่าง สทบ. โอนเงิน
    4. ตามที่รัฐบาลได้มี มาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ของประชาชนผู้มีรายได้น้อย สำหรับกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ที่ได้รับการจัดระดับ A และ B สามารถกู้ยืมเงินไปพัฒนาอาชีพ สร้างงาน ปัจจุบัน มีกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ได้กู้ยืมตามโครงการนี้ เงินเพิ่มทุน ตามมาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ของประชาชนผู้มีรายได้น้อย จำนวน 1,1614 กองทุน เป็นเงิน 1,610,934,800 บาท คิดเป็นร้อยละ 86 แยกเป็น ธนาคารออมสิน จำนวน 681 กองทุน เป็นเงิน 679,210,000 บาท และ ธกส. จำนวน 933 กองทุน เป็นเงิน 931,724,800 บาท
    *พัฒนายกระดับเป็นสถาบันการเงินชุมชนแล้วจำนวน 29 แห่ง
    จัดตั้งเป็นสถาบันการเงินชุมชนต้นแบบตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จำนวน 17 กองทุน จัดตั้งเป็นสถาบันการเงินชุมชน (นำำร่อง) จำนวน 5 กองทุน ,
    จัดตั้งเป็นสถาบันการเงินชุมชนโดยหน่วยงานภาคี 5 แห่ง /องค์กรเอกชนสนับสนุน จำนวน 4 แห่ง /พัฒนายกระดับด้วยตัวเอง 2 แห่ง

    *เตรียมจัดตั้งเป็นสถาบันการเรียนรู้กองทุนหมู่บ้าน จำนวน 1 แห่ง (สถาบันการเงินชุมชนแนงมุด ตำบลแนงมุด อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์)

    *โครงการพัฒนาศักยภาพหมู่บ้านและชุมชน SML ปี 2555 เป้าหมาย 2,152 หมู่บ้าน/ชุมชน ได้รับการโอนเงินแล้ว 17 รอบ จำนวน 2,134 หมู่บ้าน คิดเป็นร้อยละ 99

    * โครงการพัฒนาเมือง "ร้อยมือ สร้างเมือง" อยู่ระหว่างการพิจารณาโครงการ 6 โครงการในระดับส่วนกลาง

    (ข้อมูล ณ วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2559) By:Somluck

  • หมวดหมู่

  • คลังเก็บ

  • ภารกิจ แผนงาน กิจกรรม

    สิงหาคม 2015
    พฤ อา
    « ก.ค.   ก.ย. »
     12
    3456789
    10111213141516
    17181920212223
    24252627282930
    31  

กองทุนหมู่บ้าน เตรียมพบกับ มาตรการการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะเร่งด่วน


25 สิงหาคม 2015

เป็นเวลา 11 เดือนแล้วที่รัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้ามาบริหารประเทศ ช่วงที่ผ่านมารัฐบาลประสบปัญหาการเบิกจ่ายงบลงทุนไม่ตามเป้าหมาย จึงมีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติให้มีการเรียกงบดังกล่าวคืนประมาณ 8,000 ล้านบาท ซึ่งมีแนวโน้มผันลงสู่ภาคการเกษตร พร้อมกับเร่งเบิกจ่ายงบลงทุน ในขณะเดียวกันก็ได้อัดฉีดเงินจากงบกลางและงบสำรองจ่ายฉุกเฉินหรือจำเป็นด้านมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะเร่งด่วน

สำหรับปีงบประมาณ 2558 มีงบกลางที่รัฐบาลชุดนี้จัดสรรไว้จำนวน 375,708.09 ล้านบาท และในงบกลางก้อนนี้ มีวงเงินสํารองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจําเป็นอยู่จำนวน 88,823.6 ล้านบาท

งบกลางปี 2558

จากการรวบรวมพบว่างบประมาณที่ใช้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะเร่งด่วน ได้รับการอนุมัติแล้วทั้งสิ้น 391,942.58 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีงบกลางในส่วนของวงเงินสำรองจ่ายฉุกเฉินหรือจำเป็นถูกนำมาใช้ในรัฐบาลชุดนี้จำนวน 31,728.93 ล้านบาท จำนวน 49 โครงการ (โดยมาจากเงินเหลื่อมปีจากงบกลางปี 2557 จำนวน 9,194.24 ล้านบาท(ดูรายละเอียดโครงการเพิ่มเติม) และงบกลางจากปี 2558 จำนวน 22,534.69 ล้านบาท (ดูรายละเอียดโครงการเพิ่มเติม)) ดังนั้นรัฐชุดนี้ได้ใช้เงินในส่วนรายจ่ายเบ็ดเตล็ดและเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจเบื้องต้นไปแล้ว 423,671.51 ล้านบาท คิดเป็นเกือบ 1 ใน 3 ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2558 ทั้งหมด

สำหรับมาตรการการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะเร่งด่วน วงเงิน 391,942.58 ล้านบาท ประกอบด้วยโครงการต่างๆ ดังนี้(คลิ๊กที่ภาพเพื่อขยาย)

มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ(ใหม่)

1) มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้มีรายได้น้อย ได้แก่ ช่วยเหลือชาวนา ไร่ละ 1,000 บาท รายละไม่เกิน 15 ไร่ รวม 45,000.00 ล้านบาท ช่วยเหลือชาวสวนยาง ไร่ละ 1,000 บาท รายละไม่เกิน 15 ไร่ รวม 7,704.27 ล้านบาท ธ.ก.ส. ลดดอกเบี้ยเงินกู้ผู้ปลูกข้าวนาปี ปี 2557/2558 (รัฐชดเชยดอกเบี้ย) ออมสินรับรีไฟแนนซ์ ประชาชนทั่วไป รายละ 5000,0000 บาท ธ.ก.ส. รับรีไฟแนนซ์ เกษตรกร รายละ 100,000 บาท ธอส. ปล่อยสินเชื่อชำระหนี้ที่อยู่อาศัย แนวทางการพัฒนายางพาราทั้งระบบ (มาตรการเร่งด่วน) 977.75 ล้านบาท แนวทางการพัฒนายางพาราทั้งระบบ (มาตรการเร่งด่วน) 5,938.25 1.9 ล้านบาท

จ่ายเงินเพิ่มราคาอ้อยขั้นต้นฤดูการผลิต ปี 2556/2557 16,856.52 ล้านบาท โครงการสินเชื่อชะลอขายข้าวนาปี 2557/2558 2,796.07 ล้านบาท ธ.ก.ส. ลดดอกเบี้ยเงินกู้ให้กับผู้ปลูกมันสำปะหลังตามมาตรการระยะสั้นและระยะปานกลาง 2,775.00 ล้านบาท โครงการขยายเขตระบบไฟฟ้าให้ครัวเรือนที่ห่างไกล 1,215.00 1.13 ล้านบาท ให้องค์การส่วนยางกู้เงินจาก ธ.ก.ส. เพื่อรับซื้อยาง และดำเนินโครงการสร้างมูลภัณฑ์กันชน (คลังค้ำประกัน) 18,000.00 ล้านบาท

โครงการส่งเสริมสินเชื่อเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอ้อยอย่างครบวงจร (รัฐชดเชยดอกเบี้ย) โครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด 400 บาท/ราย/เดือน 3,590.79 ล้านบาท (คำนวณจากจำนวนเด็กแรกเกิดปี 2556) โครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรด้วยการจำหน่ายหนี้เป็นสูญ 9,000.00 ล้านบาท โครงการประกันภัยข้าวนาปี 2558 จำนวน 476.48 ล้านบาท อุดหนุนรถเมล์ รถไฟฟรี 1,123.00 ล้านบาท พักชำระหนี้เกษตรกร 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (รัฐชดเชยดอกเบี้ย) 97.26 ล้านบาท พักชำระหนี้เกษตรกรรายย่อยที่เป็นสมาชิกสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกร (รัฐชดเชยดอกเบี้ย) 2,684.71 ล้านบาท ดึงงบจังหวัดจ้างงานเกษตรกร จังหวัดละ 10 ล้าน รวม 760.00 ล้านบาท หาที่อยู่อาศัยให้คนไร้บ้าน 4 ล้านครัวเรือน

2) มาตรการจ้างงาน และกระตุ้นเศรษฐกิจระดับท้องถิ่น ได้แก่ ช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง ปี 2557/2558 1,342.36 ล้านบาท กรมชลประทานจ้างงานเกษตรที่ประสบภัยแล้ง ปี 2558/2559 จำนวน 957.00 ล้านบาท เพิ่มทุนกองทุนหมู่บ้าน หมู่บ้านละ 1 ล้านบาท รวม 26,456 กองทุน รวม 26,456.00 ล้านบาท โครงการเพิ่มศักยภาพกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง โดยธนาคารออมสิน และ ธ.ก.ส. การทำแผนฟื้นฟูกองทุนหมู่บ้านที่มีปัญหาด้านการบริหารงาน

3) มาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อช่วยเหลือ SMEs ขนาดกลาง/ขนาดย่อม ได้แก่ โครงการ Policy Loan (งบดำเนินการ) 875.00 ล้านบาท โครงการค้ำประกันสินเชื่อ Portfolio Guarantee Scheme (PGS) (งบดำเนินการ) 3,225.00 ล้านบาท โครงการค้ำประกันสินเชื่อ Portfolio Guarantee Scheme (PGS) ระยะที่ 5 (รัฐชดเชยค่าธรรมเนียม) 105,000.00 ล้านบาท และจัดตั้งกองทุนร่วมลงทุนในกิจการ SMEs ระหว่างภาครัฐและเอกชน (รัฐร่วมลงทุนร้อยละ 10-50)

4) มาตรการภาษีเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ได้แก่ ปรับปรุงโครงสร้างอันตราภาษีศุลกากรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต (ระยะที่ 1) มาตรการภาษีส่งเสริมการตั้งสำนักงานใหญ่ข้ามประเทศ และการตั้งบริษัทการค้าระหว่างประเทศ มาตรการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลที่สนับสนุนทุนวิจัย มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการลงทุนผ่าน BOI และสนับสนุนการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษ มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการท่องเทียวในประเทศ และขยายเวลาเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 7 ปรับเกณฑ์เสียภาษีสรรพสามิต ECO car เครื่องยนต์ดีเซล

5) มาตรการอื่นๆ ได้แก่ มาตรการส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม สนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของประชาชนรายย่อย Nano Finance การตั้งนิติบุคคลร่วมทุนภายใน 31 ธันวาคม 2559 โครงการเงินกู้เพื่อการพัฒนาระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและระบบขนส่งทางถนน ระยะเร่งด่วน จำนวน 78,295.58 ล้านบาท โครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต็อกข้าวนาปรัง ปี 2558 จำนวน 38,796.54 ล้านบาท ให้กองทุนอ้อยและน้ำตาลทรายกู้เงิน (Straight loan) จาก ธ.ก.ส. หรือธนาคารพาณิชย์ (รัฐชดเชยดอกเบี้ย) ให้องค์การส่วนยางกู้เงินจาก ธ.ก.ส. เพื่อรับซื้อยาง และดำเนินโครงการสร้างมูลภัณฑ์กันชน (คลังค้ำประกัน) จำนวน 18,000.00 ล้านบาท

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: